วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551

บทที่๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา


บทที่๑
บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
เหมืองถ่านหินลิกไนต์ อำเภอแม่เมาะตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีพื้นที่เต็มโครงการประมาณ 150 ตรารางกิโลเมตร เป็นเหมืองแบบเปิด คือเหมืองที่พัฒนามาจากเหมืองหาบ ใช้เครื่องจักรเปิดหน้าดินออกเป็นชั้น ๆ จนถึงชั้นถ่าน มีการขุดหน้าดินเพื่อนำถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยแปรสภาพพลังงานที่สะสมอยู่ในถ่านหินให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดนใช้น้ำเป็นตัวกลาง ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ 2 ส่วน คือ พื้นที่ทำเหมืองลิกไนต์และโรงจักรผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงหลัก
จากผลการสำรวจพบว่า แอ่งสะสมตัวของแหล่งถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะ เป็นแอ่งระหว่างหุบเขามีลักษณะรีคล้ายรูปไข่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 135 ตารางกิโลเมตร มีส่วนกว้างสุด 8.8 กิโลเมตร และส่วนยาวสุด 18.3 กิโลเมตร มีโครงสร้างธรณีวิทยาเป็นแบบกระทะหงาย (Syncline) มีแนวชั้นลิกไนต์โผล่ปรากฏบริเวณขอบแอ่งทั้งทางด้านตะวันออก และตะวันตกและค่อยๆ ลาดเอียงลงไปทางตอนกลางแอ่งจนถึงระดับความลึกประมาณ 450 เมตร

รูป ภาพแสดงลักษณะ เหมืองถ่านหินลิกไนต์ อ.แม่เมาะ
ในบริเวณประทานบัตรเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะได้มีการค้นพบซากหอยขมดึกดำบรรพ์ บริเวณเขตประทานบัตรที่ 14349/15341 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ต่อมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรธรณี ได้เข้าสำรวจร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวน 4 ครั้ง พบว่าเป็นซากหอยขมสกุล Bellamya สะสมตัวเป็นชั้นเมื่อประมาณ 13 ล้านปีมาแล้ว มีลักษณะเป็นชั้นรูปเลนส์ หนาที่สุด 12 เมตร และแผ่ออกไปครอบคลุมพื้นที่ประมาณกว่า 50 ไร่ ซึ่งมีความหนาที่สุดในประเทศไทย และเป็นชั้นซากหอยน้ำจืดที่หนาที่สุดในโลก ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่มีคุณค่าที่จะมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ทางธรรมชาติวิทยา และให้กระทรวงอุตสาหกรรมกันพื้นที่ 43 ไร่ออกจากแปลงประทานบัตรของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์ต่อไป
แผนที่ประทานบัตรการทำเหมืองในที่ต่าง ๆ

และต่อมาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กระทรวงอุตสาหกรรมกันพื้นที่แหล่งซากหอยขมดึกดำบรรพ์ จำนวน 43 ไร่ ออกจากแปลงประทานบัตรของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) ตามมาตรา 9 ทวิ แห่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกาศพื้นที่แหล่งซากหอยขมดึกดำบรรพ์ จำนวน 43 ไร่ ดังกล่าวเป็นพื้นที่สำรวจ ทดลอง ศึกษา วิจัย ตามมาตรา 6 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 และประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอนุรักษ์ซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ เพื่อพัฒนาที่แหล่งซากหอยดึกดำบรรพ์ให้เป็นแหล่งท่องเทียวของจังหวัดลำปาง ตลอดจนดำเนินการให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรณีวิทยา และอุทยานธรณีวิทยา
แต่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ทำหนังสือเรียนปลดกระทรวงพลังงานขอให้คณะรัฐมนตรีทบทวนในการอนุรักษ์ฟอสซิลหอยที่เหมืองแม่เมาะ จาก 43 ไร่ เป็น 18 ไร่ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2547 เห็นชอบตามข้อเสนอดังกล่าวคืออนุรักษ์ฟอสซิลหอยที่เหมืองแม่เมาะ จำนวน 18 ไร่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจึงดำเนินการไถบริเวณซากหอยขมที่เกินกว่า 18 ไร่ ไปจำนวนมาก

รูปภาพแสดงสักษณะ การถูกทำลายของซากฟอสซิลบนเนื้อที่ ๔๓ ไร่
ด้วยเหตุที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพิกเฉยต่อมติคณะรัฐมนตรี (17 กุมภาพันธ์ 2547) ที่ให้กันพื้นที่ ซากหอยขมดึกดำบรรพ์ จำนวน 43 ไร่ ออกจากแปลงประทานบัตร โดยดำเนินการไถ่บริเวณฟอสซิลหอยขมไปมากกว่า 23 ไร่จึงได้มีการรวบรวมข้อมูลและเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะชนและรณรงค์ให้กลุ่มภาคประชาสังคมทั้งในและนอกจังหวัดลำปางได้เข้ามาร่วมกันอนุรักษ์ซากฟอสซิลหอยขมดึกดำบรรพ์ 13 ล้านปี พร้อมกับร้องขอไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนชุดนายวสันต์ พานิช อนุกรรมการด้านสิทธิ์มนุษยชนด้านทรัพยากรน้ำและแร่ เข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 โดยได้พบว่ามีการทำลายซากหอยขม อายุ 13 ล้านปีไปอย่างน่าเสียดาย วันที่ 9 มีนาคม 2548 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีการประชุมระว่าง ตัวแทน อบจ. ภาคเอกชน ภาคประชาชน องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ.แม่เมาะ เพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชะลอการระเบิดสุสานหอยขมดึกดำบรรพ์ 13 ล้านปี เพื่อขุดถ่านหินลิกไนต์ไว้ก่อน
ในการเรียกร้องภาคประชาชนและส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีเริ่มมีการจัดเวทีสาธารณะ เสวนาถึงกรณีปัญหาและการอนุรักษ์ซากฟอสซิลหอยขม รวมถึงทิศทางการทำงานซึ่งได้ข้อยุติที่ว่า ให้มีการ
1. ในการที่จะยับยั้งไม่ให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขุดถ่านลิกไนต์ในเขตที่มีซากหอยนั้นต้องใช้กฎหมายปกครองได้อย่างเดียว
2. จะต้องให้ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่เมาะเข้าไปใช้กฏหมายของ องค์การบริหารส่วนตำบล บังคับให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระงับการขุดเอาไว้ก่อน
การยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อพิจรณา ยับยั้งไม่ให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยทำการขุด เปิดเหมืองแร่ บริเวณที่มีซากฟอสซิลหอยขม ที่ อำเภอ แม่เมาะ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2548 กลุ่มชาวบ้านจากเครือข่ายสิทธิ์ผู้ป่วยแม่เมาะ จำนวน 18 คน ได้มอบอำนาจให้ ทนายความจาก โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม โดยนายสุรชัย ตรงงาม และคณะฯ เป็นตัวแทนยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง
ศาลพิพากษา วันที่ 26 เดือน กรกฎาคม 2550 ศาลปกครองกลางโดย นายวีระ แสงสมบูรณ์ ตุลาการศาลปกครองกลาง ตุลาการเจ้าของสำนวน คดีหมายเลขดำที่ ๔๕๙/๒๕๔๘ คดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๐๓/๒๕๕๐ มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 26 เดือน กรกฎาคม 2550 พิพากษาให้เพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดี ที่ ๑ (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๑ ธ.ค.๒๕๔๗ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (รมต.ก.อุตสาหกรรม) เพิกถอนประทานบัตรเลขที่ ๒๔๓๔๙/ ๑๕๓๔๑ ในส่วนที่เป็นพื้นที่ซากฟอสซิล หอยขมดึกดำบรรพ์ จำนวนเนื้อที่ ๔๓ ไร่ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ๓๐ และให้ผู้ถูกฟ้องคดี ที่ ๒ (รมต. ก.อุตสาหกรรม) และที่ ๓(กรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่) ควบคุมและสั่งการให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ (กฟผ.) ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขแนบท้ายประทานบัตรเลขที่ ๒๔๓๔๙/๑๕๓๔๑ โดยจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแหล่ง กรณีซากฟอสซิลหอยขมดึกดำบรรพ์ เพิ่มเติมเพื่อขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ โดยกำหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดี ที่ ๔ (กฟผ.) ดำเนินการจัดทำสิ่งป้องกันมิให้เกิดการพังทลายของซากฟอสซิลอันเกิดจากการทำเหมืองถ่านหินลิกไนต์และภัยธรรมชาติ และให้ ผู้ถูกฟ้องคดี ที่ ๑ (ครม.) สั่งการให้กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนแหล่งซากฟอสซิลหอยขมดึกดำบรรพ์ เป็นเขตโบราณสถาน โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่ คดี ถึง ที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามทางการไฟฟ้าผ่ายผลิตได้ยื่นเรื่องต่อศาลขอแก้อุทธรณ์ กรณีดังกล่าว ซึ่งบัจจุบัน(20 กรกฏาคม 2551)เรื่องยังอยู่ในขันตอนพิจรณาคดีของศาลปกคลองต่อไป
ความมุ่งหมายของงานวิจัย
- เพื่อศึกษาลักษณะการมีส่วนร่วมของประชาชนในการในการติดตามผลการปฎิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง กรณีศึกษาการอนุรักษ์ซากฟอสซิลหอยขม 13 ล้านปี
- เพื่อศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่นต่อการ อนุรักษ์ซากฟอสซิลหอยขม
- เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแหล่งที่อยู่ของซากฟอสซิลให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และ มรดกโลก

ความสำคัญของงานวิจัย
- ทำให้ทราบถึงลักษณะการมีส่วนร่วมของประชาชนในการติดตามผลการปฎิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง กรณีศึกษาการอนุรักษ์ซากฟอสซิลหอยขม 13 ล้านปี
- ทำให้ทราบปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่นต่อการ อนุรักษ์ซากฟอสซิลหอยขม
- เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและอนุรักษ์ซากฟอสซิลหอยขม 13 ล้านปี ต่อไป

นิยามศัพท์เฉพาะ
- การมีส่วนร่วมของประชาชนในการติดตามผลการปฎิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง กรณีศึกษาการอนุรักษ์ซากฟอสซิลหอยขม 13 ล้านปี หมายถึง พฤติกรรมการแสดงออกถึงความร่วมมือ และการปฎิบัติของประชาชนในการคิด ตัดสินใจ และดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันของประชาชน เพื่อให้การดำเนินการของขบวนการยุติธรรมดำเนินการไปโดยความโปร่งใส
- ลักษณะการมีส่วนร่วม คือ การมีส่วนในขบวนการคิด การติดตาม การดำเนินการ รวมถึงติดตามผลที่จะก่อให้เกิดประโยชน์
- ปัจจัยการมีส่วนร่วม คือ การมีส่วนร่วมของผู้นำ ปัจจัยที่ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมการได้รับข้อมูลข่าวสาร การได้รับการสนับสนุนการดูงาน การได้รับการสนับสนุนด้านวัสดุอุปกรณ์
- ซากฟอสซิลหอยขม 13 ล้านปี หมายถึง ซากของสัตว์ดึกดำบรรณ์ในที่นี้คือหอยขม ที่เกิดเองตามธรรมชาติ
- เขตการทำเหมืองแร่ลิกไนต์ หมายถึง บริเวณที่มีการขุดแร่เพื่อนำแร่ลิกไนต์มาใช้ในประโยชน์อื่น ๆ
- การอนุรักษ์ ซากฟอสซิลหอยขม 13 ล้านปี หมายถึง การป่องกัน เฝ้าระวัง การรักษา แหล่งโบราณตามธรรมชาติ ณ เหมืองแม่เมาะ อำเภอ แม่เมาะ จังหวัด ลำปาง

ไม่มีความคิดเห็น: